fbpx จากชายขอบสู่ศูนย์กลาง: ถึงเวลาทบทวนภูมิทัศน์สื่อไทย | UNESCO Bangkok

จากชายขอบสู่ศูนย์กลาง: ถึงเวลาทบทวนภูมิทัศน์สื่อไทย

จากชายขอบสู่ศูนย์กลาง: ถึงเวลาทบทวนภูมิทัศน์สื่อไทย

เสรีภาพสื่อและเสรีภาพในการแสดงออกของประเทศไทยกำลังถูกบีบคั้นอย่างหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งผ่านตัวบทของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย สื่อมวลชนที่กำลังเติบโตต้องประสบกับอุปสรรคต่าง ๆ นานา ในขณะเดียวกับพื้นที่สาธารณะ สำหรับการแสดงออกทางความคิดและการโต้แย้งอภิปรายอย่างเสรี รวมถึงพื้นที่ปลอดภัยก็กำลังถดถอยลง ส่งผลให้ประเด็นปัญหาทางสังคมที่มักเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่นถูกทำให้เงียบหาย หมักหมม ทับถม หรือก่อให้เกิดการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จขึ้นมาได้ 

ประเทศไทยมีสื่อมวลชนที่หลากหลายและมีชีวิตชีวา การศึกษาวิจัยต่าง ๆ ก็แสดงให้เห็นว่าสื่อมวลชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสื่อกระแสหลัก มีแนวโน้มที่จะรายงานข่าวตามกระแสและพึ่งพาแหล่งข่าวจากภาครัฐหรือผู้มีอำนาจทางสังคมหรือการเมืองมากเกินไป การรายงานข่าวเชิงลึกที่มีความรอบด้านและครอบคลุมจากการสัมภาษณ์แหล่งข่าวที่มีประสบการณ์ตรงเพื่อพยายามอธิบายความซับซ้อนของเหตุการณ์และแรงจูงใจต่าง ๆ ด้วยการใส่แง่มุมความเห็นจากหลากหลายฝ่ายลงไปนั้นมักไม่มีพื้นที่ข่าว ยิ่งกลุ่มคนเปราะบางและคนชายขอบจำนวนมากก็ถูกหลงลืมไปพร้อม ๆ กับการส่งเสริมมายาคติที่ลดทอนความซับซ้อนของบริบทไปด้วย 

อีกปัญหาหนึ่งที่สื่อพบก็คือความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง การใช้ความรุนแรงต่อผู้สื่อข่าวนั้นมักไม่ได้รับการเจาะลึก การคุกคามทางกายและวาจาต่อผู้สื่อข่าวหญิง รวมถึงการคุกคามผ่านสื่อออนไลน์ต่างถือเป็นภัยต่อเสรีภาพสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวที่อยู่ในจังหวัดชายแดนใต้หรือผู้ที่ทำรายงานข่าวเชิงสืบสวนเกี่ยวกับอำนาจรัฐและผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น กรณีประเด็นความขัดแย้งทางทรัพยากร มักเจอกับการคุกคาม การฟ้องร้องดำเนินคดี และการถูกคุมขังโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวอิสระและผู้สื่อข่าวออนไลน์ก็เป็นกลุ่มที่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่ได้รับการรับรองจากรัฐและไม่ได้รับการคุ้มครองจากองค์กรต่าง ๆ

ท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มุ่งความสนใจเกือบทั้งหมดมาที่กรุงเทพฯ เยาวชนรุ่นใหม่จากกลุ่มชายขอบต่างเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคม เสรีภาพในการแสดงออก ความขัดแย้งของชุมชน และกระบวนการยุติธรรมแบบหลายมาตรฐาน เยาวชนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหลายคนเป็นผู้หญิง ผันตัวเองมาทำสื่อออนไลน์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวจากภูมิภาคบ้านเกิด พวกเขาและเธอมีความตื่นตัวกระตือรือร้นในการทำข่าวที่มีความเป็นภูมิภาคนิยมและเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมสูงขึ้น

ด้วยเหตุนี้ โครงการวารสารศาสตร์ที่สร้างสะพานจึงถือกำเนิดขึ้น โครงการนี้จะมีระยะเวลารวม 18 เดือน และได้รับการสนับสนุนจาก สถานทูตเนเธอร์แลนด์ สถานทูตฟินแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ รวมถึงโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และ องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมเครือข่ายนักข่าวพลเมืองรุ่นใหม่ 50 คนจากทั่วประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เพื่อรายงานข่าวเจาะลึก ข่าวที่สร้างพลังบวกที่มีความเที่ยงตรงได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัย โครงการมีความมุ่งหวังจะช่วยเพิ่มพื้นที่การนำเสนอประเด็นปัญหาสังคมในท้องถิ่น ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคม ปัญหาในระบบยุติธรรมและความขัดแย้งในชุมชน โดยเน้นเรื่องราวผู้คนเป็นหลักและมีความเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนทางเพศภาวะ

Citizen+ (ซิติเซ่นพลัส) และมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสื่อภาคประชาชนอีสาน (FIEPM) มีความยินดีที่จะเชิญชวนสื่อมวลชนมืออาชีพมาร่วมอภิปรายถึงอุปสรรคต่าง ๆ ที่สื่อมวลชนของไทยกำลังเผชิญในปัจจุบันและพบปะกับนักข่าวพลเมืองรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ กิจกรรมนี้จะนำเสนอและอภิปรายถึงงานวิจัยเกี่ยวกับภูมิทัศน์สื่อไทย อุปสรรคและโอกาสต่างๆ โดยมุ่งเน้นความสนใจไปที่ผู้ประกอบการสื่ออิสระ ผู้เชี่ยวชาญจะพูดคุยถึงอนาคตของสื่อไทย ความสำคัญของโครงการนี้ รวมถึงเหตุผลที่ควรมีการรับฟังเสียงสะท้อนจากภูมิภาคต่างๆ ในไทยให้มากยิ่งขึ้น

วันและเวลาจัดกิจกรรม: 
วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 น. ถึง 16.30 น.

สถานที่จัดกิจกรรม:
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ห้องอเนกประสงค์ชั้น 1

ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก:
ภาษาไทย: @citizenthaipbs, @wartanimap, @IsaanRecordThai, @lanner2022 และ @Prachatai
ภาษาอังกฤษ: @unescobangkok@undpthailand และ @uninthailand

#EndImpunity #ProtectJournalists

Poster of the event

กำหนดการจัดกิจกรรม

10.00-11.00 น. ช่วงที่ 1

  • เปิดตัวโครงการวารสารศาสตร์ที่สร้างสะพาน (JBB) โดย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสื่อภาคประชาชนอีสาน 
  • ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดและความปลอดภัยของนักข่าว” โดย โจ ฮิโรนากะ หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารและสารสนเทศ ยูเนสโก กรุงเทพฯ 
  • แสดงทัศนะโดยเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย
  • แสดงทัศนะโดยเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ประจำประเทศไทย 
  • แสดงทัศนะ โดยเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย
  • นำเสนอผลงานและอภิปรายผลงานวิจัยหัวข้อ “ภูมิทัศน์สื่อไทย : ความท้าทายและโอกาส” “Thai Media Landscape: Challenges and Opportunities” โดย ผศ.ดร.พรรษาสิริ กุหลาบ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
  • ดำเนินรายการโดย ธีรนัย จารุวัสตร์ ผู้สื่อข่าวประชาไท ภาคภาษาอังกฤษ 

11.00-11.15 น.    พัก

11.15-13.00 น. ช่วงที่ 2: เสวนาหัวข้อ “ภูมิทัศน์สื่อไทย…จะไปยังไงต่อ” 

ผู้ร่วมเสวนา 

  • สมเกียรติ จันทสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ  ThaiPBS
  • อรพิน เหตระกูล เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
  • ณรรธราวุธ เมืองสุข ตัวแทนจากสมาพันธ์สื่อเพื่อประชาธิปไตย (DemAll)
  • มงคล บางประภา นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
  • ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
  • ดำเนินรายการโดย ภานุ วงศ์ชะอุ่ม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ประจำประเทศไทย  (FCCT)  

13.00-13.40    พักเที่ยง 

13.40-16.30    ช่วงที่ 3 เสวนาหัวข้อ “ทำไมสื่อต้องสร้างสะพานเชื่อมผู้คน : เสียงที่ควรได้ยิน” 

ผู้ร่วมเสวนา 

  • จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ อดีตผู้ดำเนินรายการ “ถามตรงๆ กับจอมขวัญ” ทางช่องไทยรัฐ ทีวี
  • รุสลาน มูซอร์ บรรณาธิการบริหารสำนักสื่อวาร์ตานี 
  • อ.ธีระพล อันมัย คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี 
  • วัชรพล นาคเกษม บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวลานเนอร์ 
  • เทวฤทธิ์ มณีฉาย บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวประชาไท

 คอมเมนเตเตอร์

  • ดร.สมัชชา นิลปัทม์ คณะวิทยาการสื่อสาร มอ.ปัตตานี 
  • ผศ.ดร.ภัทรา บุรารักษ์ คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา 

ดำเนินรายการโดย หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record 

หมายเหตุ : การเสวนาเป็นภาษาไทยและมีล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษ 

Event
-